จำนวนผู้เข้าชม

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

เพิ่มเทคนิคให้กับวัตถุ

การทำให้ข้อความหรือวัตถุเคลื่อนไหว

คุณสามารถทำให้ข้อความ รูปภาพ รูปร่าง ตาราง กราฟิก SmartArt และวัตถุอื่นๆ เคลื่อนไหว (ภาพเคลื่อนไหว: การเพิ่มลักษณะพิเศษของภาพหรือเสียงให้กับข้อความหรือวัตถุ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถทำให้ข้อความสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยเลื่อนเข้ามาจากทางซ้ายทีละคำ หรือได้ยินเสียงปรบมือในขณะที่เปิดตัวรูปภาพ) ในการนำเสนอ Microsoft PowerPoint 2010 ของคุณเพื่อทำให้มีลักษณะพิเศษแบบเป็นภาพ ซึ่งรวมถึงลักษณะการเข้า ออก การเปลี่ยนขนาดหรือสี ตลอดจนการเคลื่อนย้าย
 หมายเหตุ   การเปลี่ยนภาพเป็นอีกวิธีที่คุณสามารถเพิ่มลักษณะพิเศษแบบเป็นภาพให้กับภาพนิ่งของคุณได้ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีเพิ่มการเปลี่ยนภาพระหว่างภาพนิ่ง ให้ดู การเพิ่มการเปลี่ยนภาพระหว่างภาพนิ่ง
ในบทความนี้


ภาพรวมของการทำให้ข้อความและวัตถุเคลื่อนไหว

ภาพเคลื่อนไหวเป็นวิธีที่ดีในการเน้นไปที่จุดสำคัญ ในการควบคุมลำดับของข้อมูล และการเพิ่มความน่าสนใจให้กับผู้ชมงานนำเสนอของคุณ คุณสามารถนำลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหวไปใช้กับข้อความหรือวัตถุบนภาพนิ่งแต่ละภาพ นำไปใช้กับข้อความและวัตถุบนต้นแบบภาพนิ่ง (ต้นแบบภาพนิ่ง: ภาพนิ่งหลักที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับชุดรูปแบบและเค้าโครงของงานนำเสนอ รวมถึงพื้นหลัง สี แบบอักษร ลักษณะพิเศษ ขนาดของตัวยึด และการวางตำแหน่ง) หรือนำไปใช้กับพื้นที่ที่สำรองไว้บนเค้าโครง (เค้าโครง: การจัดเรียงองค์ประกอบบนภาพนิ่ง เช่น ชื่อเรื่องและชื่อเรื่องย่อยของข้อความ รายการ รูปภาพ ตาราง แผนภูมิ รูปร่าง และภาพยนตร์)ภาพนิ่งแบบกำหนดเอง
ลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหวใน PowerPoint 2010 มีสี่ประเภทด้วยกัน คือ
คุณสามารถใช้เฉพาะภาพเคลื่อนไหวนั้น หรือใช้รวมกับลักษณะพิเศษที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น คุณสามารถสร้างเส้นการลอยของข้อความจากด้านซ้ายขณะที่เพิ่มขนาดข้อความด้วยการใช้ลักษณะพิเศษเข้า ลอยเข้า และลักษณะพิเศษเน้น เพิ่ม/ลด ข้อความนั้นได้
เมื่อต้องการศึกษาเกี่ยวกับวิธีเพิ่มลักษณะพิเศษหลายลักษณะลงบนวัตถุเดียว ให้ดูี่ การนำลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหวหลายลักษณะไปใช้กับวัตถุเดียว
ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

การเพิ่มภาพเคลื่อนไหวลงในวัตถุ

เมื่อต้องการเพิ่มลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหวลงในวัตถุ ให้ทำดังต่อไปนี้
  1. เลือกวัตถุที่คุณต้องการให้เคลื่อนไหว
  2. บนแท็บ ภาพเคลื่อนไหว ในกลุ่ม ภาพเคลื่อนไหว ให้คลิกปุ่ม เพิ่มเติมรูปปุ่ม แล้วเลือกลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหวที่คุณต้องการ
กลุ่ม ภาพเคลื่อนไหว บนแท็บ ภาพเคลื่อนไหว
 หมายเหตุ 
  • ถ้าคุณไม่เห็นลักษณะพิเศษเข้า ออก เน้น หรือเส้นทางการเคลื่อนไหวที่คุณต้องการ ให้คลิก ลักษณะพิเศษเข้าเพิ่มเติมลักษณะพิเศษเน้นเพิ่มเติมลักษณะพิเศษออกเพิ่มเติม หรือ เส้นทางการเคลื่อนไหวเพิ่มเติม
  • หลังจากที่คุณนำภาพเคลื่อนไหวไปใช้กับวัตถุหรือข้อความแล้ว รายการที่เคลื่อนไหวจะมีป้ายชื่อแท็กลำดับเลขที่ไม่พิมพ์ออกมาระบุอยู่บนภาพนิ่ง ซึ่งแสดงอยู่ใกล้กับข้อความหรือวัตถุนั้น แท็กจะปรากฏในมุมมองปกติ เมื่อมีการเลือกแท็บ ภาพเคลื่อนไหว ไว้ หรือเมื่อบานหน้าต่างงาน ภาพเคลื่อนไหว มองเห็นได้เท่านั้น
ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

การนำลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหวหลายลักษณะไปใช้กับวัตถุเดียว

เมื่อต้องการนำภาพเคลื่อนไหวหลายลักษณะไปใช้กับวัตถุเดียว ให้ทำดังต่อไปนี้
  1. เลือกข้อความหรือวัตถุที่คุณต้องการเพิ่มภาพเคลื่อนไหวหลายลักษณะ
  2. บนแท็บ ภาพเคลื่อนไหว ในกลุ่ม ภาพเคลื่อนไหวขั้นสูง ให้คลิก เพิ่มภาพเคลื่อนไหว
กลุ่ม ภาพเคลื่อนไหวขั้นสูง บนแท็บ ภาพเคลื่อนไหว
ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

การดูรายการของภาพเคลื่อนไหวที่มีอยู่บนภาพนิ่งในปัจจุบัน

คุณสามารถดูรายการของภาพเคลื่อนไหวทั้งหมดที่อยู่บนภาพนิ่งได้ในบานหน้าต่างงาน (บานหน้าต่างงาน: หน้าต่างที่อยู่ในโปรแกรมประยุกต์ Office สามารถใช้คำสั่งนี้ได้ ที่ตั้งและขนาดหน้าต่างที่เล็กนี้ยอมให้คุณใช้คำสั่งเหล่านั้นได้ในขณะที่ยังทำงานกับแฟ้มของคุณ)ภาพเคลื่อนไหว ซึ่งจะแสดงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหว เช่น ชนิดของลักษณะพิเศษ ลำดับของลักษณะพิเศษหลายลักษณะที่สัมพันธ์กัน ชื่อของวัตถุที่ได้รับผลกระทบ และระยะเวลาของลักษณะพิเศษ
เมื่อต้องการเปิดบานหน้าต่างงานภาพเคลื่อนไหว บนแท็บ ภาพเคลื่อนไหว ในกลุ่ม ภาพเคลื่อนไหวขั้นสูง ให้คลิก บานหน้าต่างภาพเคลื่อนไหว
บานหน้าต่างงาน ภาพเคลื่อนไหว
บรรยายภาพ 1 ในบานหน้าต่างงาน หมายเลขจะระบุลำดับที่จะเล่นลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหว หมายเลขในบานหน้าต่างงานจะสอดคล้องกับแท็กลำดับหมายเลขที่ไม่พิมพ์ออกมาซึ่งแสดงอยู่บนภาพนิ่ง
บรรยายภาพ 2 เส้นเวลาแสดงระยะเวลาของลักษณะพิเศษ
บรรยายภาพ 3 ไอคอนแสดงถึงชนิดของลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหว ในตัวอย่างนี้ เป็นชนิดลักษณะพิเศษ ออก
บรรยายภาพ 4 เลือกข้อมูลในรายการเพื่อดูไอคอนเมนู (ลูกศรลง) แล้วคลิกไอคอนเพื่อแสดงเมนู
 หมายเหตุ 
  • ลักษณะพิเศษจะปรากฏในบานหน้าต่างงานภาพเคลื่อนไหวตามลำดับที่คุณเพิ่มลักษณะพิเศษเหล่านั้น
  • นอกจากนี้ คุณยังสามารถดูไอคอนที่ระบุเวลาเริ่มต้นของลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์อื่นๆ บนภาพนิ่งได้ เมื่อต้องการดูไอคอนการกำหนดเวลาเริ่มต้นของภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด ให้คลิกไอคอนเมนูถัดจากลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหวและเลือก ซ่อนเส้นเวลาขั้นสูง
  • มีไอคอนหลายชนิดที่ระบุการกำหนดเวลาเริ่มต้นของลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหว ตัวเลือกต่างๆ มีดังต่อไปนี้
    • เริ่มโดยการคลิก (ไอคอนรูปเมาส์ แสดงไว้ที่นี่) ลักษณะพิเศษจะเริ่มขึ้นเมื่อคุณคลิกเมาส์
    • เริ่มกับก่อนหน้า (ไม่มีไอคอน) ลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหวจะเริ่มขึ้นในเวลาเดียวกันกับลักษณะพิเศษก่อนหน้านี้ในรายการ การตั้งค่านี้จะรวมให้เกิดลักษณะพิเศษหลายรายการพร้อมกัน
    • เริ่มหลังจากก่อนหน้า (ไอคอนรูปนาฬิกา) ลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหวจะเริ่มขึ้นในทันทีหลังจากที่ลักษณะพิเศษก่อนหน้านี้ในรายการเล่นเสร็จ
ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

การตั้งค่าตัวเลือกลักษณะพิเศษ การกำหนดเวลา หรือลำดับของภาพเคลื่อนไหว

  • เมื่อต้องการตั้งค่าตัวเลือกลักษณะพิเศษสำหรับภาพเคลื่อนไหว บนแท็บ ภาพเคลื่อนไหว ในกลุ่ม ภาพเคลื่อนไหว ให้คลิกลูกศรทางด้านขวาของ ตัวเลือกลักษณะพิเศษ และคลิกตัวเลือกที่คุณต้องการ
  • คุณสามารถระบุการกำหนดเวลาเริ่มต้น ระยะเวลา หรือการหน่วงเวลาสำหรับภาพเคลื่อนไหวได้บนแท็บ ภาพเคลื่อนไหว
    • เมื่อต้องการตั้งค่าการกำหนดเวลาเริ่มต้น สำหรับภาพเคลื่อนไหว ในกลุ่ม การกำหนดเวลา ให้คลิกลูกศรทางด้านขวาของเมนู เริ่ม และเลือกเวลาที่คุณต้องการ
    • เมื่อต้องการตั้งค่าระยะเวลาของระยะเวลาที่ภาพเคลื่อนไหวจะทำงาน ในกลุ่ม การกำหนดเวลา ให้ใส่จำนวนวินาทีที่คุณต้องการในกล่อง ระยะเวลา
    • เมื่อต้องการตั้งค่าการหน่วงเวลาก่อนที่ภาพเคลื่อนไหวจะเริ่มขึ้น ในกลุ่ม การกำหนดเวลา ให้ใส่จำนวนวินาทีที่คุณต้องการในกล่อง การหน่วงเวลา
  • เมื่อต้องการ จัดลำดับใหม่ ให้กับภาพเคลื่อนไหวในรายการ ในบานหน้าต่างงาน ภาพเคลื่อนไหว ให้เลือกภาพเคลื่อนไหวที่คุณต้องการจัดลำดับใหม่ และบนแท็บ ภาพเคลื่อนไหว ในกลุ่ม การกำหนดเวลา ภายใต้ จัดลำดับภาพเคลื่อนไหวใหม่ ให้เลือก ย้ายไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้ภาพเคลื่อนไหวเกิดขึ้นก่อนภาพเคลื่อนไหวอื่นในรายการ หรือเลือก ย้ายไปหลังจากนี้ เพื่อให้ภาพเคลื่อนไหวเกิดขึ้นหลังภาพเคลื่อนไหวอื่นในรายการ
ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

การทดสอบลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหวของคุณ

หลังจากที่คุณเพิ่มลักษณะพิเศษภาพเคลื่อนไหวหนึ่งลักษณะหรือมากกว่าแล้ว เมื่อต้องการตรวจสอบว่าใช้ได้หรือไม่ ให้ทำดังต่อไปนี้
  • บนแท็บ ภาพเคลื่อนไหว ในกลุ่ม แสดงตัวอย่าง ให้คลิก แสดงตัวอย่าง

ประเภทของระบบสารสนเทศ

ประเภทของระบบสารสนเทศ

เทคโนโลยีของระบบสารสนเทศในปัจจุบัน จะประกอบด้วยระบบต่างๆ คือ
  1. ระบบประมวลผลข้อมูล (Data Processing System หรือ Transaction Processing System : TPS)
  2. ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (Management Information System : MIS)
  3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System : DSS)
  4. ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง (Executive Information System : EIS)
  5. ระบบสำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation System : OS)
  6. ระบบปัญญาประดิษฐ์และระบบผู้เชี่ยวชาญ (Artificial Intelligence : AI/Expert System : ES)
สารสนเทศและการตัดสินใจ ภาพผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพสูงและประสบความสำเร็จในการบริหารงาน คือ ผู้บริหารที่สามารถใช้ทรัพยากรหลัก 4 ประการ อันได้แก่ เงิน วัสดุและครุภัณฑ์ บุคลากร และสารสนเทศ ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของสารสนเทศเช่นในปัจจุบ้นนี้ สารสนเทศเป็นปัจจัยกำหนดความได้เปรียบในการแข่ง ขันทางธุรกิจ ดันนั้นการตัดสินใจของผู้บริหารจึงมีความสัมพันธ์โดยตรงกับสารสนเทศทั้งภายในและภายนอกองค์กร การใช้สารสนเทศเพื่อการตัดสินใจในองค์กร แบ่งการทำงานได้เป็น 4 ระดับด้วยกัน คือ
  1. การะใช้สารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Strategic-level managers)
  2. การใช้สารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับกลาง (Tactical-level managers)
  3. การใช้สารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับปฏิบัติการ (Operational-level managers)
  4. การะใช้สารสนเทศสำหรับงานประจำภายในองค์กร (Clerical-level)
ภาพในสามระดับแรกเป็นการใช้สารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเชิงบริหารจัดการ ส่วนระดับสุดท้ายเป็นการใช้สารสนเทศของผู้ปฏิบัติงานประจำวัน ระบบสารสนเทศจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากระดับปฏิบัติการ และทำการประมวลผลเพื่อให้สารสนเทศกับบุคลากรในระดับต่างๆ ซึ่งในแต่ละระดับนั้นจะใช้ลักษณะและปริมาณของสารสนเทศที่แตกต่างกันไประบบสารสนเทศ ในองค์กรสามารถแทนด้วยภาพปิรามิด โครงสร้างระบบสารสนเทศแบบปิรามิดนั้น มีฐานที่กว้างและบีบแคบขึ้นไปบรรจบกันในยอดบนสุด ซึ่งหมายความว่าสารสนเทศที่ใช้งานจะมีมากในระดับล่างและลดหลั่นน้อยลงไปตามลำดับจนถึงยอด บนสุด เช่นเดียวกับจำนวนบุลากรในระดับนั้นๆ
ระบบสารสนเทศ
บุคลากรในแต่ละระดับจะเกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศดังนี้
ภาพด้านหน้าระดับสูง หรือ ระดับวางแผนยุทธศาสตร์ ผู้บริหารในระดับนี้จะเป็นผู้บริหารระดับสูงสุด ซึ่งเน้นในเรื่องเป้าประสงค์ขององค์กร เป็นการใช้สารสนเทศเพื่อประกอบการวางแผนระยะยาว และเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่กำหนดทิศทางและแผนงานในอนาคต (ระยะเวลา 3 ปีขึ้นไป) ดังนั้นระบบสารสนเทศที่ต้องการจะเน้นที่รายงานสรุป รายงานแบบ What-If และการวิเคราะห์แนวโน้มต่างๆ (trend analysis) ตัวอย่างเช่น ประธานบริษัทอาจต้องการรายงานที่แสดงแนวโน้มการขายในอีกสี่ปีข้างหน้า ของผลิตภัณฑ์สามชนิดของบริษัท เพื่อดูแนวโน้มในการเติบโตของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ว่าผลิตภัณฑ์ใดที่อาจสร้างปัญหาให้บริษัทได้เป็นต้น ภาพด้านหน้าระดับกลางหรือระดับวางแผนบริหาร บุคลากรในระดับนี้ จะเป็นผู้บริหารระดับกลาง ซึ่งมีหน้าที่ในการวางแผนเชิงกลยุทธให้บรรลุเป้าหมายต่างๆ เพื่อให้องค์กรสามารถประสบความสำเร็จตามแผนงานระยะยาว (ประมาณ 1-3 ปี) ที่กำหนดโดยผู้บริหารระดับสูง สารสนเทศที่ ผู้บริหารระดับนี้ต้องการ มักจะเป็นสารสนเทศตามคาบเวลาซึ่งมีระยะเวลานานกว่าผู้บริหารขั้นต้น และเป็นสารสนเทศที่รวบรวมข้อมูลทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร ภาพด้านหน้าระดับแผนปฏิบัติการ บุคลากรในระดับบน จะเป็นผู้บริหารขั้นต้นซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานประจำวัน และการวางแผนบริหารงานที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาสั้นๆ (6เดือน ถึง1ปี) เช่นแผนงานประจำวัน ประจำสัปดาห์ หรือประจำไตรมาส ข้อมูลที่ผู้บริหารระดับนี้ ต้องการ ส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการในช่วงเวลาหนึ่งๆ ภาพด้านหน้าระดับงานประจำภายในองค์กร บุคลากรในระดับนี้จะเกี่ยวข้องอยู่กับงานที่ต้องการทำซ้ำๆ กัน และจะเน้นไปที่การจัดการรายการประจำวัน นั่นคือ บุคลากรในระดับนี้เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศในฐานะผู้จัดหาข้อมูลเข้าสู่ระบบ

การเรียกใช้โปรแกรม Microsoft Word 2002

ส่วนประกอบของ Excel 2002 (XP) ขอเริ่มจากบทความที่เป็นพื้นฐานของโปรแกรมที่ทุกคนควรทราบ ดังนี้
ส่วนประกอบของโปรแกรม



สัญลักษณ์ของโปรแกรม
สำหรับบางคนเวลาที่จะเรียกโปรแกรมขึ้นมาใช้บางคนจะเคยชินที่จะเรียกจาก Programs --> Microsoft Excel จริงๆ แล้วถ้าเราเห็นสัญลักษณ์นี้ที่ไหนก็สามารถเรียกโปรแกรม Excel ขึ้นมาใช้งานได้เช่นกัน


แถบเมนูโปรแกรม เป็นแถบเมนูที่รวบรวมคำสั่งการใช้งาน Excel 2002 (XP) ทั้งหมดไว้บนแถบเมนูนี้


แถบชื่อไฟล์งาน จะเป็นแถบที่อยู่บนสุดของโปรแกรมจะแสดงรายชื่อไฟล์งานที่เรากำลังเปิดใช้งานอยู่


แถบเครื่องมือ Standard ในชุดแถบเครื่องมือนี้จะเป็นเครื่องมือหลักๆ ที่ใช้ในการสร้างเอกสาร, เปิดเอกสาร, บันทึกเอกสาร หรือแม้แต่่งการ Print งานเป็นต้น


แถบเครื่องมือ Format เป็นแถบเครื่องมือที่เอาไว้สำหรับจัดรูปแบบของข้อความ


ชีทงาน เป็นพื้นที่ทำงานโดยภายในจะประกอบด้วย Cell ต่างๆ


แถบเครื่องมือ Drawing เป็นแถบเครื่องมือที่รวบรวมเอาเครื่องมือที่ใช้ในการวาดรูป หรือวัตถุที่ใช้ในเอกสาร


แถบเครื่องมือลัด ในแถบเครื่องมือนี้เริ่มมีให้เราใช้งานตั้งแต่เวอร์ชั่น 2000 เป็นต้นมาจนถึง 2002 (xp) ก็ยังมีให้เราใช้เพื่ือความสะดวกในการเข้าถึงงาน

มุมมองเค้าร่าง (Qutline View)

การสร้างและพิมพ์งานนำเสนอในมุมมองเค้าร่าง

ในบทความนี้


ภาพรวมของการทำงานในมุมมองเค้าร่าง

งานนำเสนอใน Microsoft Office PowerPoint 2007 สามารถแสดงได้หลายมุมอง และแต่ละมุมมองถูกออกแบบสำหรับวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น ในมุมมองเค้าร่าง PowerPoint จะแสดงงานนำเสนอของคุณเป็นเค้าร่างที่ประกอบด้วยชื่อเรื่องและข้อความหลักจากแต่ละภาพนิ่ง ชื่อเรื่องแต่ละชื่อจะอยู่บนด้านซ้ายของบานหน้าต่างที่มีแท็บเค้าร่างพร้อมกับไอคอนภาพนิ่งและหมายเลขภาพนิ่ง ข้อความหลักจะมีการเยื้องภายใต้ชื่อเรื่องของภาพนิ่ง วัตถุกราฟิกจะปรากฏเป็นเพียงคำอธิบายประกอบขนาดเล็กบนไอคอนภาพนิ่งในมุมมองเค้าร่าง
การทำงานในมุมมองเค้าร่างมีประโยชน์โดยเฉพาะถ้าคุณต้องการแก้ไขงานทั่วไป ให้ดูภาพรวมของงานนำเสนอ เปลี่ยนแปลงลำดับของสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือภาพนิ่ง หรือใช้การเปลี่ยนแปลงการจัดรูปแบบ
เมื่อคุณบันทึกงานนำเสนอเป็นเว็บเพจ ข้อความบนแท็บ เค้าร่าง จะเปลี่ยนเป็นสารบัญเพื่อให้คุณสามารถท่องไปบนภาพนิ่งได้
 หมายเหตุ   แท็บ เค้าร่าง และ ภาพนิ่ง จะเปลี่ยนการแสดงไอคอนเมื่อบานหน้าต่างแคบลง ถ้าแท็บ เค้าร่าง ถูกซ่อน คุณสามารถขยายบานหน้าต่างด้วยการลากเส้นขอบขวา
ขยายบานหน้าต่างด้วยการลากเส้นขอบ
เพิ่มขนาดของบานหน้าต่างที่มีแท็บ เค้าร่าง และ ภาพนิ่ง
ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

สร้างงานนำเสนอในมุมมองเค้าร่าง

  1. บนแท็บ มุมมอง ในกลุ่ม มุมมองการนําเสนอ ให้คลิก ปกติ
  2. ในบานหน้าต่างที่มีแท็บ เค้าร่าง และ ภาพนิ่ง ให้คลิกแท็บ เค้าร่าง
  3. บนแท็บ เค้าร่าง วางตัวชี้ แล้ววางเนื้อหาของคุณหรือเริ่มพิมพ์ข้อความ
ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

แสดงงานนำเสนอในมุมมองเค้าร่าง

  1. บนแท็บ มุมมอง ในกลุ่ม มุมมองการนําเสนอ ให้คลิก ปกติ
  2. ในบานหน้าต่างที่มีแท็บ เค้าร่าง และ ภาพนิ่ง ให้คลิกแท็บ เค้าร่าง
ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

พิมพ์งานนำเสนอในมุมมองเค้าร่าง

  1. เปิดงานนำเสนอที่คุณต้องการพิมพ์
  2. บนแท็บ มุมมอง ในกลุ่ม มุมมองการนําเสนอ ให้คลิก ปกติ
  3. ในบานหน้าต่างที่มีแท็บ เค้าร่าง และ ภาพนิ่ง ให้คลิกแท็บ เค้าร่าง
  4. คลิกปุ่ม Microsoft Office รูปภาพปุ่มกด เลือกที่ลูกศรถัดจาก พิมพ์ แล้วคลิก แสดงตัวอย่างก่อนพิมพ์
  1. ในกลุ่ม การตั้งค่าหน้ากระดาษ ให้คลิกลูกศรภายใต้ สิ่งที่พิมพ์ แล้วคลิก มุมมองเค้าร่าง
  2. เมื่อต้องการระบุการวางแนวหน้ากระดาษ ให้คลิกลูกศรใต้ การวางแนว แล้วจึงคลิก แนวนอน หรือ แนวตั้ง
  3. คลิก พิมพ์
ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า
บทความนี้ช่วยคุณได้หรือไม่

การจัดแนวข้อความ (Alignment)

การจัดข้อความตามแนวเอียงและแนวนอน
ถ้าเราต้องการจะตกแต่งหัวข้อตารางให้มีรูปแบบอื่นๆ ให้เด่นก่อนข้อความในตารางเราสามารถทำได้เช่น "การจัดข้อความตามแนวเอียงและแนวนอน"
1. พิมพ์ตารางที่ต้องการจัดข้อความให้เสร็จ


2. เลือกช่องตารางที่เราต้องการจะจัดแล้ว คลิกเมาท์ขวา > "จัดรูปแบบเซลล์"



3. เลือก "การจัดตำแหน่ง"



4. จะใช้สามส่วนที่อธิบายไว้ในรูป ตามความหมายนั้นๆ



5. เืลือกการวางแนวที่ 45 องศา (หรือแล้วแต่กำหนด) เลือกตัดข้อความ



6. จะได้หัวข้อตารางให้แบบที่เราต้องการ



การแทรกรุูปภาพ

 

การแทรกรูปภาพหรือภาพตัดปะ

คุณสามารถแทรกหรือคัดลอกรูปภาพและภาพตัดปะจากแหล่งต่างๆ ลงในเอกสารได้ รวมทั้งการดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ที่ให้บริการภาพตัดปะ การคัดลอกจากเว็บเพจ หรือการแทรกจากแฟ้มที่คุณบันทึกรูปภาพเอาไว้
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของรูปภาพหรือภาพตัดปะที่ปรากฏกับข้อความในเอกสารได้เช่นกัน
คุณต้องการทำสิ่งใด


การแทรกภาพตัดปะ

  1. บนแท็บ แทรก ในกลุ่ม ภาพประกอบ ให้คลิก ภาพตัดปะ
รูป Ribbon ของ Word
  1. ในบานหน้าต่างงาน ภาพตัดปะ ในกล่องข้อความ ค้นหา ให้พิมพ์คำหรือวลีซึ่งบรรยายถึงภาพตัดปะที่คุณต้องการ หรือพิมพ์ชื่อแฟ้มของภาพตัดปะเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด
  2. เมื่อต้องการจำกัดการค้นหาให้แคบลง ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างต่อไปนี้
    • เมื่อต้องการจำกัดผลลัพธ์การค้นหาไปที่ชุดภาพตัดปะชุดใดชุดหนึ่งโดยเฉพาะ ในกล่อง ค้นหาใน ให้คลิกลูกศรและเลือกคอลเลกชันที่คุณต้องการค้นหา
    • เมื่อต้องการจำกัดผลลัพธ์การค้นหาไปที่ภาพตัดปะ ให้คลิกลูกศรในกล่อง ผลลัพธ์ควรเป็น แล้วเลือกกล่องกาเครื่องหมายที่ติดกับ ภาพตัดปะ
นอกจากนี้ ในบานหน้าต่างงาน ภาพตัดปะ คุณยังสามารถค้นหารูปถ่าย ภาพยนตร์ และแฟ้มเสียงได้เช่นกัน เมื่อต้องการรวมเอาชนิดสื่อข้อมูลดังกล่าว ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมายที่ติดกับประเภทสื่อข้อมูลนั้นๆ
  1. คลิก ไป
  2. ในรายการของผลลัพธ์ ให้คลิกที่ภาพตัดปะเพื่อทำการแทรก
ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

การแทรกรูปภาพจากเว็บเพจ

  1. เปิดเอกสาร Microsoft Office Word 2007
  2. จากเว็บเพจ ให้ลากรูปภาพที่คุณต้องการลงในเอกสาร Word
ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารูปภาพที่คุณเลือกไม่ได้เป็นการเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจอื่น ถ้าคุณลากรูปภาพที่มีการเชื่อมโยง รูปภาพดังกล่าวจะถูกแทรกลงในเอกสารของคุณเป็นการเชื่อมโยงแทนที่จะเป็นรูปภาพ

การแทรกรูปภาพที่มีการเชื่อมโยงจากเว็บเพจ

  1. เปิดเอกสาร Word
  2. บนเว็บเพจ ให้คลิกขวาที่รูปภาพที่คุณต้องการ จากนั้นให้คลิก คัดลอก
  3. ในเอกสาร Word ให้คลิกขวาที่ตำแหน่งที่คุณต้องการแทรกรูปภาพ จากนั้นให้คลิก วาง
ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

การแทรกรูปภาพจากแฟ้ม

  1. คลิกตำแหน่งที่คุณต้องการแทรกรูปภาพ
  2. บนแท็บ แทรก ในกลุ่ม ภาพประกอบ ให้คลิก รูปภาพ
รูป Ribbon ของ Word
  1. ระบุตำแหน่งรูปภาพที่คุณต้องการแทรก
  2. คลิกสองครั้งที่รูปภาพที่คุณต้องการแทรก
 หมายเหตุ   ตามค่าเริ่มต้น Microsoft Word จะฝัง (ฝัง: การแทรกข้อมูลที่สร้างในโปรแกรมหนึ่ง เช่น แผนภูมิ หรือสมการ ลงไปในโปรแกรมอีกโปรแกรมหนึ่ง หลังจากที่ฝังวัตถุ ข้อมูลจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเอกสาร การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่คุณทำกับวัตถุจะมีผลต่อเอกสารนั้นด้วย)รูปภาพลงในเอกสาร คุณสามารถลดขนาดของแฟ้มได้ด้วยการเชื่อมโยง (การเชื่อมโยง: ใช้เพื่อแทรกสำเนาของข้อมูลที่สร้างในโปรแกรมหนึ่งลงในเอกสารของ Microsoft Word ในขณะที่ยังคงรักษาความเชื่อมโยงระหว่างแฟ้มทั้งสองเอาไว้ เมื่อข้อมูลในแฟ้มแหล่งข้อมูลเกิดการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงนั้นจะมีผลต่อเอกสารปลายทางด้วย)ไปยังรูปภาพ ในกล่องโต้ตอบ แทรกรูปภาพ ให้คลิกลูกศรที่ติดกับ แทรก จากนั้นให้คลิก เชื่อมโยงไปยังแฟ้ม
ด้านบนของหน้า ด้านบนของหน้า

การเปลี่ยนรูปภาพในแนวเดียวกันเป็นรูปภาพลอย และในทางกลับกัน

  1. ถ้ารูปภาพไม่ได้วางอยู่บนผืนผ้าใบรูปวาด (พื้นที่วาดรูป: พื้นที่ที่คุณสามารถเขียนรูปร่างต่างๆ เนื่องจากรูปร่างบรรจุอยู่ในพื้นที่วาดรูป ดังนั้นรูปร่างเหล่านี้จะสามารถเคลื่อนย้ายและเปลี่ยนขนาดพร้อมกันได้)ให้เลือกที่รูปภาพนั้น แต่ถ้ารูปภาพวางอยู่บนพื้นที่วาดรูป ให้เลือกที่ผ้าใบนั้น
  2. ใต้ เครื่องมือรูปภาพ บนแท็บ รูปแบบ ในกลุ่ม จัดเรียง คลิก ตำแหน่ง
รูป Ribbon ของ Word
ถ้าคุณไม่เห็น ตำแหน่ง ให้คลิก จัดเรียง จากนั้นให้คลิก ตำแหน่ง
  1. ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้